น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษก ปชป.ลั่น ปี 2556 นี้ เตรียมตัวเผาจริง เหตุคนตกงานเพียบ เย้ย เกิดวิกฤติ “ของแพงจนแทบไม่มีจะกิน” อัดรัฐ ไม่มีมาตรการออกมาช่วยแรงงาน วันที่ 3 ม.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ปี 2556 จะเป็นปีที่ประชาชนไม่สามารถรอความหวังจากรัฐบาลได้ และถือเป็นปีเผาจริง เพราะนโยบายประชานิยม 16 นโยบาย กำลังจะออกดอกผล ส่อเป็นวิกฤติในปีนี้ อีกทั้งจากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) รวมทั้งนักวิชาการ และภาคส่วนต่างๆ ระบุว่า กลางปี 2556 จะเป็นช่วงตึงเครียดมากที่สุด โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.นี้ ประชาชนจะทยอยเกิดปัญหา ขณะเดียวกัน ข้อมูลการประมาณการของกระทรวงแรงงานพบว่า จากภาวะเศรษฐกิจ นโยบายขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ปีนี้มีผู้ว่างงาน ประมาณ 350,000-400,000 คน นอกจากนี้ ในหลายจังหวัด อาทิ สิงห์บุรี ขอนแก่น ศรีสะเกษ พะเยา เกิดปัญหาโรงงานทยอยปิดกิจการ หรือย้ายฐานการผลิตออกไป ทำให้แรงงานถูกเลิกจ้างจำนวนมาก ทั้งที่ยังไม่มีทางออก ยังไม่มีอาชีพอื่น ส่วนกระทรวงแรงงาน ก็ไม่มีมาตรการรองรับหรือการเยียวยา ทั้งนี้ มีหลายโรงงานกระทำผิดเงื่อนไขกระทรวงแรงงาน โดยนำเงินส่วนที่เป็นสวัสดิการของพนักงาน เช่น ค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) ค่ารถ ค่าอาหารกลางวัน การจัดรถรับ-ส่งพนักงาน ไปรวมกับเงินค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท กลายเป็นพนักงานไม่ได้รับค่าแรงเพิ่มขึ้นจริงๆ ตามที่รัฐบาลโฆษณาไว้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ติดตามผลกระทบและผู้ใช้แรงงาน พร้อมหามาตรการเยียวยา แรงงานและผู้ที่ถูกเลิกจ้างด้วย น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่าข้อมูลของ สอท.ระบุว่าในไตรมาสแรกปีนี้ ธุรกิจ แบบเอสเอ็มอี จะทยอยเป็นหนี้จนปิดกิจการ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี หยุดดำเนินการในเรื่องอื่น เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกไปก่อนและจัดตั้งวอร์รูมเพื่อหามาตรการรองรับปัญหาเหล่านี้ นอกจาก นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายงานแก่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจแล้ว ก็ควรหารือกับภาคเอกชนและสมาคมธุรกิจต่างๆ และควรนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบหรือวิเคราะห์โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของ สภาผู้แทนราษฎร ที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ ไปใช้ในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลปล่อยให้มีการขึ้นค่าไฟฟ้าทันที ที่เปิดปีใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยกเลิกมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี แต่ค่าน้ำมันก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ รวมถึงราคาสินค้าสูงขึ้น ซึ่งปี 2556 จะเกิดวิกฤติ “ของแพงจนแทบไม่มีจะกิน” จึงขอให้รัฐบาลหามาตรการมาแก้ปัญหาด้วย.
Thursday, January 3, 2013
มัลลิกา อัดรัฐ เตรียมเผาจริงปีนี้ เหตุคนตกงาน-ของแพง
มัลลิกา อัดรัฐ เตรียมเผาจริงปีนี้ เหตุคนตกงาน-ของแพง
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษก ปชป.ลั่น ปี 2556 นี้ เตรียมตัวเผาจริง เหตุคนตกงานเพียบ เย้ย เกิดวิกฤติ “ของแพงจนแทบไม่มีจะกิน” อัดรัฐ ไม่มีมาตรการออกมาช่วยแรงงาน วันที่ 3 ม.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ปี 2556 จะเป็นปีที่ประชาชนไม่สามารถรอความหวังจากรัฐบาลได้ และถือเป็นปีเผาจริง เพราะนโยบายประชานิยม 16 นโยบาย กำลังจะออกดอกผล ส่อเป็นวิกฤติในปีนี้ อีกทั้งจากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) รวมทั้งนักวิชาการ และภาคส่วนต่างๆ ระบุว่า กลางปี 2556 จะเป็นช่วงตึงเครียดมากที่สุด โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.นี้ ประชาชนจะทยอยเกิดปัญหา ขณะเดียวกัน ข้อมูลการประมาณการของกระทรวงแรงงานพบว่า จากภาวะเศรษฐกิจ นโยบายขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ปีนี้มีผู้ว่างงาน ประมาณ 350,000-400,000 คน นอกจากนี้ ในหลายจังหวัด อาทิ สิงห์บุรี ขอนแก่น ศรีสะเกษ พะเยา เกิดปัญหาโรงงานทยอยปิดกิจการ หรือย้ายฐานการผลิตออกไป ทำให้แรงงานถูกเลิกจ้างจำนวนมาก ทั้งที่ยังไม่มีทางออก ยังไม่มีอาชีพอื่น ส่วนกระทรวงแรงงาน ก็ไม่มีมาตรการรองรับหรือการเยียวยา ทั้งนี้ มีหลายโรงงานกระทำผิดเงื่อนไขกระทรวงแรงงาน โดยนำเงินส่วนที่เป็นสวัสดิการของพนักงาน เช่น ค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) ค่ารถ ค่าอาหารกลางวัน การจัดรถรับ-ส่งพนักงาน ไปรวมกับเงินค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท กลายเป็นพนักงานไม่ได้รับค่าแรงเพิ่มขึ้นจริงๆ ตามที่รัฐบาลโฆษณาไว้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ติดตามผลกระทบและผู้ใช้แรงงาน พร้อมหามาตรการเยียวยา แรงงานและผู้ที่ถูกเลิกจ้างด้วย น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่าข้อมูลของ สอท.ระบุว่าในไตรมาสแรกปีนี้ ธุรกิจ แบบเอสเอ็มอี จะทยอยเป็นหนี้จนปิดกิจการ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี หยุดดำเนินการในเรื่องอื่น เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกไปก่อนและจัดตั้งวอร์รูมเพื่อหามาตรการรองรับปัญหาเหล่านี้ นอกจาก นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายงานแก่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจแล้ว ก็ควรหารือกับภาคเอกชนและสมาคมธุรกิจต่างๆ และควรนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบหรือวิเคราะห์โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของ สภาผู้แทนราษฎร ที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ ไปใช้ในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลปล่อยให้มีการขึ้นค่าไฟฟ้าทันที ที่เปิดปีใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยกเลิกมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี แต่ค่าน้ำมันก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ รวมถึงราคาสินค้าสูงขึ้น ซึ่งปี 2556 จะเกิดวิกฤติ “ของแพงจนแทบไม่มีจะกิน” จึงขอให้รัฐบาลหามาตรการมาแก้ปัญหาด้วย.
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษก ปชป.ลั่น ปี 2556 นี้ เตรียมตัวเผาจริง เหตุคนตกงานเพียบ เย้ย เกิดวิกฤติ “ของแพงจนแทบไม่มีจะกิน” อัดรัฐ ไม่มีมาตรการออกมาช่วยแรงงาน วันที่ 3 ม.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ปี 2556 จะเป็นปีที่ประชาชนไม่สามารถรอความหวังจากรัฐบาลได้ และถือเป็นปีเผาจริง เพราะนโยบายประชานิยม 16 นโยบาย กำลังจะออกดอกผล ส่อเป็นวิกฤติในปีนี้ อีกทั้งจากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) รวมทั้งนักวิชาการ และภาคส่วนต่างๆ ระบุว่า กลางปี 2556 จะเป็นช่วงตึงเครียดมากที่สุด โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.นี้ ประชาชนจะทยอยเกิดปัญหา ขณะเดียวกัน ข้อมูลการประมาณการของกระทรวงแรงงานพบว่า จากภาวะเศรษฐกิจ นโยบายขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ปีนี้มีผู้ว่างงาน ประมาณ 350,000-400,000 คน นอกจากนี้ ในหลายจังหวัด อาทิ สิงห์บุรี ขอนแก่น ศรีสะเกษ พะเยา เกิดปัญหาโรงงานทยอยปิดกิจการ หรือย้ายฐานการผลิตออกไป ทำให้แรงงานถูกเลิกจ้างจำนวนมาก ทั้งที่ยังไม่มีทางออก ยังไม่มีอาชีพอื่น ส่วนกระทรวงแรงงาน ก็ไม่มีมาตรการรองรับหรือการเยียวยา ทั้งนี้ มีหลายโรงงานกระทำผิดเงื่อนไขกระทรวงแรงงาน โดยนำเงินส่วนที่เป็นสวัสดิการของพนักงาน เช่น ค่าทำงานล่วงเวลา (โอที) ค่ารถ ค่าอาหารกลางวัน การจัดรถรับ-ส่งพนักงาน ไปรวมกับเงินค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท กลายเป็นพนักงานไม่ได้รับค่าแรงเพิ่มขึ้นจริงๆ ตามที่รัฐบาลโฆษณาไว้ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ติดตามผลกระทบและผู้ใช้แรงงาน พร้อมหามาตรการเยียวยา แรงงานและผู้ที่ถูกเลิกจ้างด้วย น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่าข้อมูลของ สอท.ระบุว่าในไตรมาสแรกปีนี้ ธุรกิจ แบบเอสเอ็มอี จะทยอยเป็นหนี้จนปิดกิจการ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี หยุดดำเนินการในเรื่องอื่น เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกไปก่อนและจัดตั้งวอร์รูมเพื่อหามาตรการรองรับปัญหาเหล่านี้ นอกจาก นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายงานแก่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจแล้ว ก็ควรหารือกับภาคเอกชนและสมาคมธุรกิจต่างๆ และควรนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบหรือวิเคราะห์โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของ สภาผู้แทนราษฎร ที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ ไปใช้ในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลปล่อยให้มีการขึ้นค่าไฟฟ้าทันที ที่เปิดปีใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยกเลิกมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี แต่ค่าน้ำมันก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ รวมถึงราคาสินค้าสูงขึ้น ซึ่งปี 2556 จะเกิดวิกฤติ “ของแพงจนแทบไม่มีจะกิน” จึงขอให้รัฐบาลหามาตรการมาแก้ปัญหาด้วย.
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment